อีกหนึ่งแลนด์มาร์คเด็ด!! คำชะโนดแห่งที่ 3 อุทยานพญานาค แหล่องท่องเที่ยวน่าสนใจ ที่ไม่ได้มีแค่พญานาค

2017-12-30 11:17:09

     ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ สำหรับผู้ใดที่ต้องการสักการะปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าปทุม แถมยังเป็นที่ที่ได้รับความนิยมจากผู้คนและคอหวย ต่างพากันไปเทียวอย่างแน่นขนัด ซึ่งเป็นวัดป่าสายพญานาคแห่งหนึ่ง มีความขลังและงดงาม ไม่แพ้คำชะโนด จ.อุดรธานี โดยมีรูปปั้นองค์พญานาคใหญ่โตอลังการซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Watsaman Rattanaram  ได้เคยโพสต์ภาพพร้อมคลิปเมื่อนานมาแล้ว ถึงบรรยากาศภายใน อุทยานพญานาค ที่ตั้งอยู่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 16 ไร่ (ทางเข้าอยู่ก่อนถึงวัดหนองโดน อยู่ใกล้วัดเขาแก้วเสด็จ) ที่คนสร้าง ตั้งใจจะทำเพื่อเอาไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ และสถานที่พักผ่อนให้กับคนทั่วไป เป็นอุทยานที่อยู่กลางเขา มีต้นไม้เขียวขจีล้อมรอบ เข้าฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีตู้รับบริจาค สร้างจากใจเพื่อส่งต่อพลังศรัทธาให้ทุกคนได้สัมผัส ในสระมีปลาช่อนอเมซอนตัวใหญ่ๆกว่า 40 ตัว ให้ได้ชม  ซึ่งภายในอุทยานนอกจากจะมีรูปปั้นของพญานาคแล้ว ยังมีรูปปั้นหลวงปู่สด ในหลวงร.9 รูปปั้นช้างอีกต่างๆเยอะแยะมากมาย ปล. หลัง 5 โมงเย็นจะไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่จะปิดทางเข้าที่จะมาอุทยาน

     พญานาคแบ่งออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ

1.ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคตระกูลสีทอง
2.ตระกูลเอราปถ พญานาคตระกูลสีเขียว
3.ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลสีรุ้ง
4.ตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ

1.แบบโอปปาติกะ เกิดแล้วโตทันที
2.แบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม
3.แบบชลาพุชะ เกิดจากครรภ์
4.แบบอัณฑชะ เกิดจากฟองไข่

 

     พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่แม่น้ำลำคลอง หนองบึงต่างๆ ในอากาศ ไปจนถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พญานาคอยู่ในการปกครองดูแลของท้าววิรูปักษ์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก เหตุที่เกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ


     คาถาบูชา นาค 4 ตระกูล
วิรูปักเขหิ เม เมตตัง      เมตตัง เอราปะเถหิ เม
ฉัพพยาปุตเตหิ เม เมตตัง เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ
อะปาทะเกหิ เม เมตตัง    เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม
จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง    เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม
มา มัง อะปาทะโก หิงสิ    มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก
มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ    มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท
สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา  สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา
สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ      มา กิญจิ ปาปะมาคะมา.

 

 

     ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีตำนานเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย ชาวบ้านในภูมิภาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และเชื่อกันว่าเคยมีคนเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาในวันออกพรรษาโดยจะมีลักษณะคล้ายรอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     ลักษณะของพญานาคตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี7สี และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช(อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียณสมุทร อนันตนาคราชนั้นเล่ากันว่ามีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด มีพันศีรษะ พญานาคนั้นมีทั้งเกิดในนำและบนบก เกิดจากครรภ์และจากไข่ มีอิทฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ นาคนั้นมักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงาม

 


ขอบคุณภาพจาก

Watsaman Rattanaram , Techin Namchant

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

พัชรพร นาคประดิษฐ์ : ทีมงาน ที่สุดดอทคอม





ข่าวที่เกี่ยวข้อง




Copyright © 2017 News-Lifestyle All Rights Reserved