ยอมใจความพยายาม!!! "ตร."รวบ"สามีภรรยา" แสบถึงใจ!! ทำทีขอเช่ารถ สุดท้ายกับทำอย่างนี้?? คนให้เช่าถึงกับเหงื่อตก!? ( มีคลิป )

2017-08-12 16:12:17


วันนี้(12 ส.ค.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. ศูนย์วิทยุศรีไผท (191) ได้รับแจ้งจากนายดำเกิง อริยเดช อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/4 ถ.เทพสุนทร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่า ได้พบคนร้ายสองผัวเมีย ที่เคยก่อเหตุหลอกเช่ารถยนต์ นิสสัน รุ่นบิ๊กเอ็ม ติดแก๊ส LPG แล้วเชิดหนีส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน กำลังมาทำทีเช่ารถรับจ้างอยู่ภายใน สถานี บขส.สุรินทร์ จึงวิทยุแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 รุดที่เกิดเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายที่เป็นผู้ชาย ได้ไหวตัวทัน วิ่งหนีจาก บขส.สุรินทร์ เข้าด้านหลังวัดหนองบัว แล้วกระโดดหนีลงไปในสระน้ำภายในวัดหนองบัว  เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจรจา ผู้ต้องจึงยอมขึ้นจากสระน้ำ เพื่อมอบตัว และกลับมารับภรรยา ที่ บขส.ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาสอบปากคำที่ สภ.เมืองสุรินทร์

พ.ต.อ.ยศวัฒน์ งามสง่า ผกก.สภงเมืองสุรินทร์ สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองคนซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ทราบชื่อต่อมาภายหลังคือ นายธวัช คำนวณถ้อย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 ม.6 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร และนางเฉลียว ราชสีห์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่46 ม.9 ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์  ให้การรับสารภาพว่า ทำเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกสำเร็จ แต่ครั้งนี้ไม่สำเร็จ นำรถยนต์ไปขายในตลาดมือ และส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหาได้ให้การซักทอดถึงเพื่อนร่วมแก๊งอีกรายคือ นายประสาน งามระเบียบ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.10 ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี คนงานโรงสีไฟชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ซึ่งทั้งหมดมีหมายจับหมายหลายท้องที่ หลังมีผู้เสียหายจำนวนมาก เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และขออนุมัติศาล ออกหมายจับ

 

นายดำเกิง อริยเดช อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/4 ถ.เทพสุนทร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนขายข้าวมันไก่อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟสุรินทร์ ผู้ต้องหาทั้งสองคนไปติดต่อเหมารถ ให้ไปส่งที่ จ.จันทบุรี อ้างขนของมาทำโรงกลึง ก็นั่งกันไป เมื่อวันที่ 28 ก.ค.60ที่ผ่านมา พอไปถึงจ.จันทบุรี เขาก็บอกว่าพี่ชายที่เป็นทหาร ไปราชการต่างอำเภอให้รับประทานข้าวรอก่อน ได้ทิ้งตนไว้ที่ตลาดวรรณกาญจน์ สักพักพี่เขาโทรมาให้ไปขนของขึ้นรถก่อน ให้ตนกับภรรยาผู้ต้องหารอ ตนก็ให้กุญแจรถยนต์เขาขับไปคิดว่าใกล้ๆไม่น่าจะเป็นอะไร พอสักพักใหญ่ คนที่รออยู่กับตนก็หายไปด้วย ตนจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.จันทบุรี รถยนต์กะบะ นิสสันบิ๊กเอ็ม ติดแก๊ส LPG เก่ามากถึง 21 ปี ถูกส่งลงไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว เจอตัววันนี้ยังมีความหวังว่าจะได้รับการชดใช้ หรือดำเนินคดีกับพวกมิจฉาชีพแบบนี้ให้ถึงที่สุด

ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.สุรินทร์

เรียบเรียงใหม่โดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย : ทีมงาน ที่สุดดอทคอม





ข่าวที่เกี่ยวข้อง




Copyright © 2017 News-Lifestyle All Rights Reserved