เจอสักที!!เคล็ดลับเด็ด "ซักรองเท้าผ้าใบ" ให้กลับมาสะอาดขาวจั๊วะเหมือนใหม่อีกครั้ง!?คราบไม่มีเหลือสักนิด!ลองเเล้วได้ผล100%แชร์เก็บไว้เลย!!

2017-08-07 14:44:10



โอ๊ย...ตายแล้วนี้ก็เข้าหน้าฝนอย่างเต็มรูปแบบแล้วมันก็เลยกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่ชอบใส่ "รองเท้าผ้าใบ" อย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว เพราะใครจะใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดลุย เลอะโคลนกันล่ะ นอกจากมันจะสกปรกแล้ว มันยังซักยากอีกต่างหาก บางทีซักแล้วมันก็ยังคงเหลือคราบเหลืองไว้ให้เราเจ็บช้ำน้ำใจอีก

 

 

แต่บางครั้งถ้ามันสุดจะทนแล้ว เราก็คงจะต้องเอามาซักเพื่อความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี ถ้าเราทนใส่ไปทั้งเน่าๆอย่างนั้นคงจะมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ออกมารบกวนแน่ๆ แต่ถ้าใครกลัวซักแล้วมีคราบเหลือง คุณไม่ต้องกลัวไปวันนี้เรามีเคล็ดลับมานำเสนอให้คุณได้รู้แล้ว "ซักรองเท้าผ้าใบสีขาวให้ไร้คราบเหลือง" ทำได้ไม่ยากคอนเฟิร์นได้เลยว่าได้ผลชัวร์ 100 %

 

 

ซักรองเท้าแล้วเอาทิชชู่แปะไว้ตอนตาก

 

 

โดยเราก็ซักรองเท้าผ้าใบตามปกติ  ก่อนอื่นก็ต้องแช่รองเท้าไว้ในน้ำผสมผงซักฟอกไว้สักพัก แล้วจากนั้นก็เอาแปรงมาขัดเบาๆ ตามรอยเปื้อนต่างๆ ให้ทั่ว เสร็จแล้วก็เอาไปล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ล้างเอาผงซักฟอกออกจนหมด แล้วก็นำกระดาษทิชชู่มาวางแปะรองเท้าผ้าใบให้ทั่ว แล้วเอาไปตากแดดได้เลย ตากในบริเวณที่แดดจัดๆ เพื่อให้รองเท้าแห้งสนิท เมื่อแห้งแล้วก็เอากระดาษทิชชู่ออก รองเท้าผ้าใบก็จะขาวสะอาดไม่มีคราบเหลืองติดอยู่แล้ว

 
 

ใช้น้ำยาซักผ้าขาว

 

 

ให้เอาน้ำยาซักผ้าขาวมาเทผสมลงไปในน้ำเปล่าก่อน จากนั้นเอารองเท้าผ้าใบที่ถอดเชือกออกแล้วลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นก็เอามาซักด้วยผงซักฟอกและใช้แปรงขัดตามปกติ จากนั้นเอาลงล้างในน้ำสะอาด แล้วเอาแป้งฝุ่นที่เราใช้ทาตัวมาโรยลงไปให้ทั่วรองเท้า ก็นำไปตากแดดแรงๆ ให้แห้งสนิท ก้จะได้รองเท้าผ้าใบสีขากลับคืนมาแล้ว

 

 


ขัดขอบยางรองเท้าให้ขาวสะอาด

 

 

สำหรับรองเท้าผ้าใบสีขาวถ้าเราอยากจะให้ดูขาวจนทั่ว บริเวณขอบยางด้านข้างก็อย่าลืมขัดด้วย เพราะบางทีเราไปเดินเฉียดขอบฟุตปาธ เฉียดขอบยางรถ ขอบเสา ฯลฯ ก็จะทำให้เกิดรอยเปื้อนขึ้นมา วิธีทำความสะอาดขอบยางรองเท้าผ้าใบให้คุณเอายาสีฟันมาบีบใส่แปรงสีฟันที่ไม่ได้ใช้แล้ว จากนั้นก็เอาไปขัดขอบยางรองเท้าให้ทั่ว เสร็จแล้วใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง ก็จะช่วยให้ขอบรองเท้ากลับมาขาวสะอาดแล้ว

 

ใช้สบู่ซักผ้าขาว

 

 

สบู่ซักผ้าขาว  เป็นสบู่ก้อนสีขาวแท่งยาวๆ ให้เอารองเท้าผ้าใบไปแช่ในน้ำผสมผงซักฟอกก่อน 30 นาที จากนั้นก็เอามาซักโดยใช้สบู่ซักผ้าขาวมาถูรอบๆ รองเท้าและด้านในรองเท้าด้วย จากนั้นเอาแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วมาขัดรองเท้าให้ทั่ว แล้วเอาไปล้างน้ำเปล่าจนสะอาด เมื่อสะอาดดีแล้วก็เอามาสะบัดให้น้ำกระเด็นออกไปนิดนึง แล้วเอาทิชชู่มาแปะรองเท้าให้ทั่ว ส่วนด้านในรองเท้าก็เอาทิชชู่มาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใส่ไว้ด้วยก็ได้ ก็จะช่วยให้รองเท้าแห้งเร็วขึ้น และไม่มีคราบเหลืองหลงเหลืออยู่ เอาไปตากแดดให้แห้งสนิทรองเท้าจะขาวสะอาด

 

 

ซักรองเท้าผ้าใบด้วยเบกกิ้งโซดา

 

 

เอาเชือกรองเท้าออกก่อน แล้วนำไปแช่น้ำผงซักฟอกทิ้งไว้ ทีนี้เรามาจัดการกับรองเท้าของเราบ้าง ก็เอารองเท้าแช่น้ำเปล่าไว้สักพัก แล้วก็มาเตรียมเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำส้มสายชู คนให้เข้ากันจนเป็นครีมข้นๆ จากนั้นเอารองเท้าขึ้นมาจากน้ำ แล้วเอาแปรงสีฟันเก่ามาจุ่มลงไปในส่วนผสมเบกกิ้งโซดาที่เราเตรียมไว้ แล้วเอามาป้ายลงบนรอยเปื้อนบนรองเท้า ขัดให้ทั่วรอยเปื้อนทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วก็เอามาล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด แปะรองเท้าด้วยทิชชู่จนทั่วแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง รองเท้าผ้าใบของเราก็จะขาวแล้ว

 

 

ซักรองเท้าด้วยสบู่เนื้อสครับ

 

 

ถอดสายรองเท้าออกก่อน จากนั้นเอาสบู่เนื้อสครับมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วใช้แปรงสีฟันที่เราไม่ใช้แล้วมาจุ่มลงไปในน้ำสบู่ แล้วเอามาขัดรองเท้าผ้าใบของเราให้ทั่ว ขจัดรอยเปื้อนต่างๆ ให้หมดจด จากนั้นก็เอาไปล้างด้วยน้ำจนสะอาด สะบัดรองเท้าให้หมาดน้ำนิดนึงแล้วเอาทิชชู่มาแปะ แล้วปั้นทิชชู่เป็นก้อนยัดเข้าไปด้านในรองเท้าด้วย จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง เราก็จะได้รองเท้าขาวสะอาดกลับคืนมาแล้ว

 

 


ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ + เบกกิ้งโซดา

 

 

 

สูตรนี้ให้ตักเอาเบกกิ้งโซดาใส่ลงในภาชนะ 1 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำเปล่า 1/2 ช้อนโต๊ะ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อีก 1/2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วเราก็ถอดสายรองเท้าออก ใช้แปรงสีฟันเก่ามาตักส่วนผสมที่เตรียมไว้แล้วนำไปขัดให้ทั่วรองเท้า เสร็จแล้วปล่อยพอกทิ้งไว้ 3 – 4 ชั่วโมง ซึ่งเราจะนำไปตากแดดด้วยก็ได้ค่ะ  เมื่อรองเท้าของเราแห้งแล้วก็เอามาเคาะเพื่อให้เบกกิ้งโซดาที่พอกไว้หลุดออก และจะเอาแปรงสีฟันมาขัดๆ ด้วยก็ได้ เพียงเท่านี้รองเท้าก็จะขาวใหม่เอี่ยมอีกครั้ง


ข้อมูลจาก : tipsza

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

สุภัทชา เผือกกันสี : ทีมงาน ที่สุดดอทคอม





ข่าวที่เกี่ยวข้อง




Copyright © 2017 News-Lifestyle All Rights Reserved