รู้เอาไว้ไม่เสียหาย !! วิธีเอาตัวรอดในขณะ"ลิฟต์ตก" กระทันหัน! ก็ช่วยชีวิตของคุณและคนรอบข้างได้ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ แค่มี "สติ" !!? (ชมคลิป)

2017-07-14 12:05:49



นับว่าเป็นภัยใกล้ตัวมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานในอาคารสูงๆ  20 -30 ชั้น ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่เลยทีเดียว รวมไปถึง ผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในแทนชั่น อพาร์ตเม้น คอนโดมิเนียม ก็เช่นกัน คุณมีความเสี่ยงจะต้องประสบเหตุลิฟต์ค้างหรืออย่างร้ายแรงก็คือลิฟต์ตกอยู่หลายเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่เหมือนกัน วันนี้เราจึงมีข้อคำแนะนำ ข้อควรประพฤติหากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น พร้อมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์กับเรามากๆเลย มาดูกันสิว่าควรทำอย่างไรกันบ้าง

 

กรณีเกิดลิฟต์ค้าง สิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมีดังนี้

- ตั้งสติ และอย่าพยายามงัดประตูลิฟต์โดยพลการเด็ดขาด 
- หากลิฟต์ค้างมักไม่ค่อยมีอันตราย เนื่องจากลิฟต์มีพัดลมที่สามารถระบายอากาศได้เพียงพอ 
- แต่หากไฟฟ้าดับและพัดลมระบายอากาศหยุดทำงาน คนที่ติดอยู่ในลิฟต์ส่วนใหญ่ มักจะประสบกับภาวะการคั่งของคาร์บอนไดออกไซต์ คือจะมีอาการมึนงง สับสน ปากเริ่มมีสีคล้ำ ให้รีบคลายเสื้อของผู้ป่วยให้หลวม ไม่ควรจับนอนหรือนั่ง แต่ควรประคองให้ยืนไว้ เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หนักกว่าอากาศ บริเวณพื้นจึงมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก 
- เมื่อนำผู้ป่วยออกมาได้แล้วให้รีบพาไปอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก อย่ามุง หรือหากมีออกซิเจนให้รีบให้ในทันที
- โทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ แต่หากหัวใจหยุดเต้นควรรีบช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยเร็ว
 



นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ คือ ความเครียดจากการกลัวที่แคบ (Agoraphobia) ทำให้หายใจเร็ว ซึ่งจะทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดถูกขับออกมากับลมหายใจมาก ส่งผลให้เลือดมีความเป็นกรดลดลงจึงเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคล้ายตะคริวหรือที่เรียกว่า " อาการมือจีบ


วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ให้นำถุงพลาสติก หรือถุงกระดาษ เจาะรูเล็ก ๆ มาครอบปากและจมูก ให้ผู้ป่วยหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์ที่หายใจออกมามากให้ย้อนกลับเข้าไป โดยต้องเปิดให้หายใจในอากาศปกติเป็นระยะ และที่สำคัญคือต้องทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายด้วย แต่อย่างไรก็ตามหากมีอาการบ่อย ๆ ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาจากสาเหตุที่แท้จริง

 

แต่ถ้าร้ายกว่านั้น หากคุณต้องเผชิญกับเหตุการณ์สุดอันตรายอย่าง "ลิฟต์ตก" ซึ่งแม้โอกาสจะน้อยกว่าเพราะลิฟต์รุ่นใหม่ๆ หากสลิงขาดจะมีระบบล็อคให้ลิฟต์ค้างอยู่ไม่ตกลงมา แต่แม้โอกาสจะน้อยก็ถือว่ายังมีโอกาส กรณีการปฏิบัติตัวนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรรู้ไว้ โดยเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วนและคุณมีเวลาน้อยมากก่อนที่ลิฟต์จะหล่นกระแทกชั้นล่างสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะพาคุณให้รอดจากภาวะคับขันคือ "สติ" เท่านั้น

- กดปุ่มให้ลิฟต์จอดทุกชั้น เพราะเมื่อไฟฟ้าสำรองทำงานจะหยุดลิฟต์จากการร่วงลงมา 
- หาที่จับให้แน่น พิงหลังและศีรษะเข้ากับผนังให้เป็นเส้นตรง เพื่อช่วยป้องกันหลังและกระดูก และควรงอเข่า 

 


 

สิ่งสำคัญคือควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอันตราย เช่น 

 
- ไม่ขึ้นลิฟต์เกินจำนวนคนที่ระบุไว้
- อย่าพิงประตูลิฟต์ขณะยืนรอเพราะประตูลิฟต์ไม่ได้แข็งแรงและไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักคน การพิงอาจทำให้ประตูพังได้ หรือ ประตูลิฟต์อาจหนีบคนได้หากระบบเซ็นเซอร์เสีย 
- หากเกิดไฟไหม้ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด เพราะอาจสำลักควันในปล่องลิฟต์ หรือลิฟต์ไปเปิดในชั้นที่ไฟกำลังไหม้ทำให้คนในลิฟต์เสียชีวิตทันทีได้

 

ดังนั้น ถ้าหากต้องเผชิญเจอสถานการณ์แบบนี้ในยามคับขัน ก็น่าจะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของเราได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ก็ขออย่าให้เกิดขึ้นเลยจะดีกว่า
 

 


ข้อมูล : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  
คลิป : Lonely Planet

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

เกษวรา นาทวีไพโรจน์ : ทีมงาน ที่สุดดอทคอม





ข่าวที่เกี่ยวข้อง




Copyright © 2017 News-Lifestyle All Rights Reserved