ที่สุดดอทคอม || Tsood.com

ภัยร้ายออนไลน์!! "นักศึกษาสาว" สมัครงานผ่านโซเชียล นายจ้างบอกสบาย-ได้เงินง่าย แค่ 5 วันช็อกชีวิตเปลี่ยนจำไปอีกนาน

2017-06-17 00:18:40

วันที่ 16 มิ.ย. 2560  นายสืบศิริ สุขสวัสดิ์  อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 551/11 หมู่ที่ 5 ถนนชนเกษม เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นางสาววิภารัตน์ สุขสวัสดิ์ ลูกสาวอายุ 18 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ชั้นปีที่ 1  และ นางสาวสุดารัตน์ พรหมเจริญ อายุ 22 ปี เพื่อนลูกสาวพร้อมด้วยเอกสารที่สำคัญจำนวนหนึ่งเข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อ นายสมบูรณ์ ทองพัฒน์ ตัวแทนสภาทนายความ ภาค 8 ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โดยนาย สืบศิริ ได้บอกว่า ลูกสาวของตนเองและเพื่อนได้ตกเป็นเยื่อของมิจฉาชีพที่ประกาศรับสมัครงานทางสื่อออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) หลังจากสมัครเข้าไปทำงานได้ 5 วันก็เกิดเหตุมีบุคคลที่เสียหายนำเรื่องเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.ภูธรเมืองสงขลา และ สภ.เคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับมีการนำเอกสารการแจ้งความขึ้นประกาศประจานในสื่ออนไลน์ (เฟซบุ๊ค) ว่าลูกสาวตนเป็นมิจฉาชีพหลอกลวงต้มตุ๋น พร้อมกับแจ้งอาหยัดบัญชีธนาคาร  ซึ่งเรื่องดังกล่าวลูกสาวตนและเพื่อนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง  เพียงแค่ต้องการงานทำและหารายได้พิเศษมาใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนโดยไม่ต้องรบกวนทางครอบครัว แต่หลังเกิดเหตุสร้างผลกระทบอย่างหนักทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ที่คนในสังคมเข้าใจผิดจนไม่กล้าไปเรียนหนังสือได้ตามปกติ จึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อสภาทนายความภาค 8 

ด้านนางสาววิภารัตน์ ได้กล่าวว่า ตนได้รับการเชิญชวนจาก ผู้ที่ใช้ชื่อ ในเฟซบุ๊คว่า pattarapon Tepsatorn (ฝันให้ไกล)  ให้สมัครเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ ทางสื่อออนไลน์ ที่ประกาศว่ารับสมัครคนทำงานเติมเงินผ่านทางเซเว่นและทุรกรรมทางการเงินรายได้ดีเคลียยอดเงินทุกวันเวลา 20.00 น.  รับเงินวันต่อวันรายได้วันนิ่งการันตีที่ 500 ถึง 1,500 บาททำงานง่ายสบาย(ไม่ขอบัตรประชาชน ไม่หลอกลวง ไม่ปลอมแปลงเอกสารผู้สมัครงาน) สนใจติดต่อทางข้อความรับจำนวน 20 ท่านเท่านั้น ตนและเพื่อนจึงสนใจติดต่อทางข้อความขอรายละเอียด และได้เริ่มทำงานในวันที่ 8 มิถุนายน 2560 โดยนายจ้างได้ขอชื่อนามสกุล หมายเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ โดยครั้งแรกมีเงินโอนเข้าบัญชีจำนวน 36,000 บาท พร้อมกับมีการแจ้งให้ไปเบิกเงินจากบัญชีแล้วนำไปเติมเงินในร้านสะดวกซื้อตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุมาทางไลน์  

โดยนายจ้างให้ค่าตอบแทน 1,000 บาท จากวันที่ 8ถึงวันที่ 12 มิถุนายน มียอดเงินเข้ามาประมาณ 200,000 บาท โดยบางวันมียอดสูงประมาณ 90,000 บาท ตนทั้ง 2 คนมีรายได้ตอบแทนประมาณ 7,000 บาท ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 มีเพื่อนก๊อปปี้ข้อความจากเฟสบุคของผู้อื่นว่ามีบุคคลที่เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อตนเองที่ สภ.เมืองจังหวัดสงขลาและสภ.เคียนซาจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมมีการประกาศเตือนภัยว่าตนเป็นมิจฉาชีพหลอกขายของแล้ว โอนเงินไปแล้วไม่ส่งของให้ และบางรายลงด่าว่าไปขอยืมเงินจึงตกใจมาก จึงได้บอกกับผู้เป็นพ่อ พ่อได้ประสานทนายความจนได้รับคำแนะนำจากตัวแทนสภาทนายความภาค 8 ให้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและนำเข้าขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ ภาค 8 และเข้าขอคำปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนเองขอยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือเคยพบปะกันกับผู้ว่าจ้าง ทุกอย่างติดต่อกันทางเฟสบุ๊ค ส่วนเรื่องเงินที่โอนเข้าบัญชีมาก็ไม่รู้มาจากนั้น ทำงานตามที่ผู้ว่าจ้างระบุมาเท่านั้น และได้ค่าตอบแทนเป็นครั้งๆไป

ต่อมาในวันเดียวกันตัวแทนสภาทนายความภาค 8 ได้นำเข้าพบกับ พ.ต.ท สมสิน เกิดผล รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ และ ร.ต.อ.อาวุธ  ปาลีพิชัย  ร้อยเวร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี  เพื่อลงบันทึกประจำวันแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ติดตามผู้ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊คว่า pattarapon Tepsatorn (ฝันให้ไกล)  มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป พร้อมเตรียมที่จะเดินทางไปแสดงตนให้ความร่วมมือต่อพนักงานสอบสวนแต่ละโรงพักตามที่มีผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่จะมีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน  ซึ่งในขณะนี้ตนมีความวิตกกังวลมากที่เพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยและคนรอบข้างเข้าในผิดคิดว่าตนมีพฤติกรรมตามที่มีผู้ประกาศประจานตนจนไม่กล้าออกไปไหนแม้แต่จะไปเรียนก็ตามจึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  ในขณะที่ พ.ต.ท สมสิน เกิดผล รอง ผกก.(สอบสวนฯ) ได้กล่าวเตือนผู้ที่จะสมัครงานผ่านสื่อออนไลน์นั้นขอให้มีการตรวจสอบที่มาที่ไป อย่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจนอาจเป็นผู้สร้างความเสียหายให้ผู้อื่นและตนเองก็อาจถูกแจ้งความดำเนินคดีได้ ดังตัวอย่างเคสของน้องนักศึกษาทั้ง 2 คน   ด้านนายสมบูรณ์  ทองพัฒน์  ตัวแทนสภาทนายความภาค 8 ได้กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ที่ใช้ในเฟซบุ๊คว่า pattarapon Tepsatorn (ฝันให้ไกล)   เป็นการหลอกลวงต้มตุ๋นลอกให้สมัครงานโดยมีการใช้การโอนเงินผ่านบัญชี แล้วให้เจ้าของบัญชีนำไปโอนต่อซึ่งเป็นการเข้าข่าย ฉ้อโกงทางโซเซียล ( เฟซบุ๊ค) โดยใช้วิธีการเป็นระบบลูกโซ่

ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา  เริ่มฤกษ์   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   จ.สุราษฎร์ธานี

เรียบเรียงใหม่โดย

น.ส. ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ : ทีมงาน ที่สุดดอทคอม





ข่าวที่เกี่ยวข้อง




Copyright © 2017 TSood All Rights Reserved